• donation 2

  • donation 2

โครงการ 4G Give Green Get Green เขียวจัดทั่วไทย

Images Show
โครงการ 4G Give Green Get Green เขียวจัดทั่วไทย Image 1   โครงการ 4G Give Green Get Green เขียวจัดทั่วไทย Image 2   โครงการ 4G Give Green Get Green เขียวจัดทั่วไทย Image 3   โครงการ 4G Give Green Get Green เขียวจัดทั่วไทย Image 4   โครงการ 4G Give Green Get Green เขียวจัดทั่วไทย Image 5   โครงการ 4G Give Green Get Green เขียวจัดทั่วไทย Image 6   โครงการ 4G Give Green Get Green เขียวจัดทั่วไทย Image 7   โครงการ 4G Give Green Get Green เขียวจัดทั่วไทย Image 8   โครงการ 4G Give Green Get Green เขียวจัดทั่วไทย Image 9

ที่ผ่านมาการฟื้นฟูป่าอาจดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนเมือง พื้นที่ปลูกป่าก็ห่างไกลเดินทางไปลำบาก ปลูกแล้วตายหรือรอดก็ไม่เคยได้รับรู้หรือกลับไปดู เพื่อตอบโจทย์นี้มูลนิธิฯ จึงได้ริเริ่มโครงการ 4G ขึ้นที่เชียงใหม่ เพื่อทำให้การฟื้นป่าเป็นเรื่องง่ายๆ สนุกๆ ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถเข้าร่วมได้ตลอดทั้งปี และยังได้จับมือกับพันธมิตรอย่าง หน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า (Forru) ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และโครงการหลวง เพื่อทดลองวิธีการฟื้นฟูป่าแบบพันธุ์ไม้โครงสร้าง (Framework Species Method) และมีการทำวิจัยและติดตามผลอย่างเป็นระบบตลอดโครงการ

พื้นที่โครงการ

1. บ้านแม่สาใหม่ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 15 ไร่

พื้นที่ชุมชนบ้านแม่สาใหม่ เป็นชุมชนม้งที่อาศัยอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย ที่ระดับความสูง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีอาชีพเกษตรกรรม ปลูกผัก ทำสวนผลไม้ ในระยะหลังเริ่มมีการตัดไม้ทำลายป่า และรุกพื้นที่ป่ามากขึ้น จนทำให้เกิดปัญหาด้านภัยธรรมชาติ และส่งผลกระทบยังกลุ่มชาวบ้านเอง หลังจากนั้นชาวบ้านจึงให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้ ฟื้นฟูป่ามากขึ้น และได้ตั้งชมรมอนุรักษ์ป่าบ้านแม่สาใหม่ขึ้น

หน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า (Forru) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้พัฒนาวิธี “พรรณไม้โครงสร้าง” เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศป่าดั้งเดิม และเร่งการฟื้นตัวตามธรรมชาติของป่าให้กลับมาโดยเร็ว จึงได้ร่วมกับชาวบ้านแม่สาใหม่ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ทั้งยังมีแปลงสาธิตและแปลงแสดงถึงประสิทธิภาพของการฟื้นฟูและแสดงถึงการยอมรับของชุมชนในท้องถิ่น

2. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย (ม่อนแจ่ม และม่อนล่อง) อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่  จำนวน 102 ไร่

ในอดีตที่ผ่านมาพื้นที่ชุมชนบ้านหนองหอยมีการปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย มีการลักลอบตัดไม้ ทำลายป่า เผาป่า บุกรุกเพื่อต้องการที่ดินทำกิน ส่งผลให้หน้าดินถูกทำลาย แหล่งต้นน้ำลำธารเหือดแห้ง ขาดความอุดมสมบูรณ์  ปัจจุบันการบุกรุกทำลายป่ายังคงมีให้เห็นอยู่เสมอ และผลการทำลายป่าโดยขาดสำนึกรับผิดชอบ ทำให้เกิดสภาวะแห้งแล้ง และการสูญเสียทรัพยากรป่าไม้ที่ชุมชนเคยได้ประโยชน์จากพืชอาหาร สมุนไพร สัตว์ต่างๆ ตลอดจน รวมทั้งไม้ที่ใช้เป็นฟืนและสร้างที่อยู่อาศัย

พื้นที่ม่อนแจ่ม–ม่อนล่อง โดยรอบเป็นพื้นที่การเกษตรที่ต้องอาศัยน้ำจากแหล่งธรรมชาติ ซึ่งนับวันจะเหือดแห้งน้อยลงไปทุกปี นอกจากนั้นพื้นที่ป่าบริเวณนี้ยังถูกไฟป่าเข้าเป็นประจำทุกปี การฟื้นฟูป่าบริเวณนี้จึงเป็นเรื่องจำเป็นและเร่งด่วนอย่างยิ่ง นอกจากนั้นม่อนแจ่มยังเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เข้าถึงง่าย ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

3. บ้านขุนช่างเคี่ยน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่  จำนวน 5 ไร่

บ้านขุนช่างเคี่ยน เป็นหมู่บ้านของชาวม้งที่อาศัยอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย ที่ระดับความสูง 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล ดำเนินการฟื้นฟูป่าจำนวน 5 ไร่ โดยการริเริ่มของผู้นำหมู่บ้านเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำป้องกันไม่ให้ห้วยน้ำในบริเวณหมู่บ้านแห้งเหือดและเป็นการกระตุ้นให้ชาวบ้านหันมาฟื้นฟูป่าในพื้นที่สาธารณะ

4. เรือนเพาะชำและศูนย์การเรียนรู้ชุมชน หมู่บ้านแม่สาใหม่

เรือนเพาะชำและศูนย์การเรียนรู้ชุมชน หมู่บ้านแม่สาใหม่ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ดูแลโดยชาวบ้านในชุมชน ทำการผลิตกล้าไม้คุณภาพสำหรับใช้ปลูกฟื้นฟูป่า เป็นศูนย์การเรียนรู้และสถานที่วิจัยเกี่ยวกับการเพาะกล้าไม้ และสร้างอาชีพให้แก่ชาวบ้าน

จำนวนพื้นที่

พื้นที่ 3 แปลง รวม 122 ไร่

ระยะเวลาดำเนินงาน

ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 – ปัจจุบัน

หน่วยงานร่วมจัด

หน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า (Forru) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย, อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย และชาวบ้านในพื้นที่

ผู้สนับสนุนโครงการ

1. บริษัท เอส.เอส.แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด

2. บริษัท ติลลิกีแอนด์กิบบินส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

3. บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด

4. บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด

5. บริษัท กรีนสปอต จํากัด

6. มูลนิธิกรุงเทพประกันภัย

7. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 

8. บุคคลทั่วไป

การวิจัยของโครงการ

การวิจัยเพื่อเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของพันธุ์ไม้ทั้ง 11 ชนิด และผลของปุ๋ยเคมีและปุ๋ยคอกต่อการเจริญเติบโต ในแปลงปลูกป่าม่อนล่อง ปี 2557

1. การสำรวจพื้นที่แบบ Rapid Survey

หน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า (Forru) ได้ทำการสำรวจพื้นที่โดยใช้ระบบ GPS ในการวาดแผนที่ขอบเขตของแปลงและคำนวณพื้นที่ทั้งหมด นอกจากนั้นยังได้ทำการสำรวจพื้นที่โดยบันทึก 1) ต้นกล้าและต้นไม้ที่มีความสูงมากกว่า 50 เซนติเมตร และ 2) ตอไม้ ในวงกลมตัวอย่างจำนวน 10 วงในแต่ละแปลง

ในแปลงม่อนล่องปี 2557 จากการทำ Rapid Survey พบว่า มีกล้าไม้ที่เกิดเองตามธรรมชาติโดยเฉลี่ยที่ 180 ต้นต่อไร่ ซึ่งหมายความว่าเราจะต้องดำเนินการปลูกเพิ่มอีก 380 ต้นต่อไร่ เพื่อให้อัตราความหนาแน่นของต้นไม้เป็น 500 ต้นต่อไร่ ในแปลงไม่มีร่องรอยของวัวในพื้นที่ แต่มีร่องรอยของไฟป่าในทุกวงกลมตัวอย่าง วัชพืชมีความสูงโดยเฉลี่ยที่ 1 เมตร การกำจัดวัชพืชและการจัดการป้องกันระวังไฟป่าอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับแปลงนี้   

กล้าไม้ตามธรรมชาติที่พบในแปลง ได้แก่: Sterculiavillosa, Wendlandiatinctoria, Oroxylumindicum, Schimawallichii, Albiziacochinchinensis, Glochidionsphaerogynum, Phyllanthusemblica, Phoebe lanceolata, Castanopsisdiversifolia, Erythrina sp., Lithocarpuspolystachyus, Styraxbenzoides, Dalbergiacultrata, Eugenia sp., Pterocarpusmacrocarpus, Archidendronclypearia, Helicianilagirica, Spondiasaxillarisand Quercus kerrii.

ตารางแสดงพันธุ์ไม้ที่ใช้ปลูกที่แปลงม่อนล่อง

S.no

Species

Thai name

No. Trees Planted

 

 

 

 

MON LONG REGULAR

MON LONG LABELLED

 

74

Cryptocarya amygdalina

หมากขี้อ้าย

2

150

 

367

Quercus semiserrata

ก่อตาหมูหลวง

10

150

 

66

Spondias axillaris

มะกัก

11

 

 

 188

Dalbergia oliveri

ชิงชัน

30

 

 

243

Eugenia fruiticosa

หว้าขี้กวาง

40

 

 

31

Acrocarpus fraxinifolius

สะเดาช้าง

 

150

 

157

Castanopsis tribuloides

ก่อใบเลื่อม

60

150

 

3

Garcinia xanthochymus

มะดะหลวง

92

 

 

317

Erythrina stricta

ทองเหลือง

105

150

 

4

Bischofia javanica

เติม

110

150

 

83

Artocarpus lanceolata

ขนุนป่า

161

150

 

18

Hovenia dulcis

หมอนหิน

160

150

 

161

Alangium kurzii

ฝาละมี

250

150

 

19

Cinnamomum longipetiolatum

กอกกัน

335

150

 

163

Machilus bombycina

?

550

150

 

71

Prunus cerasoides

นางพญาเสือโคร่ง

5,872

150

 

70

Markhamia stipulata

แคหางค่าง

22

 

TOTAL

   

TOTAL TREES

7,800

1,800

9,600

   

TOTAL SPP.

16

12

17

2. ทำการทดลองแบบ Randomized Complete Block Design (RCBD)

ในแปลงม่อนล่องปี 2557 เพื่อเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของพันธุ์ไม้ และผลของปุ๋ยเคมีและปุ๋ยคอกต่อการเจริญเติบโต การทดลองจะประกอบด้วยบล๊อคทดลอง 3 บล๊อค โดยแต่ละบล๊อคจะประกอบด้วยพันธุ์ไม้ทั้ง 11 ชนิดอย่างละ 25 ต้น โดยที่แต่ละบล๊อคจะอยู่ในพื้นที่ที่มีความชันและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน

แผนผังแปลงทดลอง

ตารางแสดงหมายเลขแท็กกล้าไม้แปลงทดลอง

S.no

Species

Block 1

 

Block 2

 

Block 3

 

 

 

Chem

Org

Chem

Org

Chem

Org

31

Acrocarpus fraxinifolius

1-25

273-297

545-569

817-841

1089-1113

1361-1385

157

Heynea trijuca

26-50

298-322

570-594

842-866

1114-1138

1386-1410

317

Erythrina subumbrans

51-75

323-347

595-619

867-891

1139-1163

1411-1435

4

Bischofia javanica

76-100

348-372

620-644

896- 916

1164-1188

1436-1460

83

Artocarpus lanceolata

101-125

373-397

645-669

917-941

1189-1213

1461-1485

18

Hovenia dulcis

126-150

398-422

670-694

942-966

1214-1238

1486-1510

161

Alangiumkurzii

151-175

423-447

695-719

967-991

1239-1263

1511-1535

19

Rhusrhetsoides

176-200

448-472

720-744

992-1016

1264-1288

1536-1560

163

Machilus bombycina

201-225

473-497

745-769

1017-1041

1289-1313

1561-1585

71

Prunus cerasoides

226-250

498-522

770-794

1042-1066

1314-1338

1586-1610

146

Nyssa javanica

251-272

523-544

795-816

1067-1088

1339-1360

1611-1632

3) วิธีการปลูกแบบมาตรฐาน ปักหลักไม้ไผ่ให้ห่างกัน 1.8 เมตร (หรือห่างจากต้นกล้าเดิมในพื้นที่) และทำการขุดหลุมให้มีขนาด30 x30 เซนติเมตร  หลักการปลูกจะมีการใส่ปุ๋ยในปริมาณ 100 กรัมเป็นวงแหวนห่างจากรอบโคนต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร โดยที่กล้าไม้ในแปลงทดลอง 5 ไร่ ครึ่งหนึ่งจะใส่ปุ๋ยเคมี และอีกครึ่งหนึ่งจะใส่ปุ๋ยคอก เพื่อเปรียบเทียบผล

ผลการทดลอง สรุปว่ามีอัตรารอดเฉลี่ยถึง 70% การทดลองปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีในแปลงทดลอง ช่วยให้เติบโตได้ดีในบางชนิด นอกจากนี้ยังค้นพบพรรณไม้โครงสร้างสำหรับพื้นที่นี้

กราฟแสดงผลอัตราการรอดแปลงม่อนล่องปี 2557

Per Cent Survival of twelve native forest tree species

with two fertilizer treatments (means of 3 replicates)

ความสำเร็จของโครงการ      

ในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้พาอาสาสมัคร เยาวชน และสื่อมวลชนกว่า 300 คนเข้าร่วมกิจกรรมภายใต้โครงการ 4G อาทิ เก็บเมล็ดพันธุ์ เพาะกล้า ถอนหญ้า ใส่ปุ่ย เก็บข้อมูลการเจิรญเติบโตของต้นไม้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้สัมผัสวัฒนธรรมของชาวม้ง และชมธรรมชาติอันสวยงามของม่อนแจ่มอีกด้วย จากการติดตามผลพบว่า ต้นไม้ที่ปลูกมีอัตรารอดเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 70

เรือนเพาะชำและศูนย์การเรียนรู้ชุมชน หมู่บ้านแม่สาใหม่ ในหนึ่งปีเรือนเพาะชำสามารถผลิตกล้าไม้พื้นถิ่นได้ถึง 124 ชนิด จำนวนกว่า 26,500 ต้น แจกให้กับหน่วยงานหรือชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงมารับกล้าไปปลูก และยังเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของเยาวชนทั้งในและนอกพื้นที่

  • ฮิต: 5668

มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์

เลขที่ 19 ซอยกรุงเทพกรีฑา 8 แยก 16
แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ
กรุงเทพมหานคร 10240

โทรศัพท์ : 0839146950, 0839146951, 0632320666

E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ลิขสิทธิ์ © 2569 มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์